MBK Group

TH EN
ร่วมงานกับเรา  หน้าแรก

ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

 

คณะกรรมการของบริษัทฯ ต้องประกอบด้วยผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์การทำงานจากหลากหลายสาขา เพื่อให้การบริหารงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และอุทิศเวลาอย่างเต็มที่ในการปฏิบัติหน้าที่ตามความรับผิดชอบ เพื่อที่จะเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทฯ อย่างสูงสุด

1. โครงสร้างคณะกรรมการ

  1. มีจำนวนกรรมการของบริษัทฯ ตามที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นกำหนด แต่ต้องไม่น้อยกว่าห้าคน
  2. มีจำนวนกรรมการอิสระไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งคณะ
  3. มีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด
  4. การแต่งตั้งกรรมการมีความโปร่งใส ชัดเจน และได้รับการแต่งตั้งจากที่ประชุม ผู้ถือหุ้น หรือคณะกรรมการ ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการว่างลงก่อนครบวาระ

2. ความเป็นอิสระของคณะกรรมการ

กรรมการอิสระต้องมีคุณสมบัติตามที่บริษัทฯ กำหนด ซึ่งสอดคล้องตามที่ประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์กำหนด ตามรายละเอียดในหัวข้อ “โครงสร้างการจัดการ” หน้าที่ 108 ในรายงานประจำปี 2560

ในปี 2560 บริษัทฯ มีกรรมการอิสระจำนวน 4 ท่าน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 40.00 ได้แก่

  1. ศาสตราจารย์ไพจิตร โรจนวานิช
  2. นางประคอง ลีละวงศ์
  3. นายประชา ใจดี
  4. นางผาณิต พูนศิริวงศ์

3. กรรมการที่เป็นผู้บริหาร

กรรมการที่เป็นผู้บริหาร หมายถึง กรรมการที่มีส่วนร่วมในการบริหารงานตามประกาศของคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทจ. 28/2551 เรื่อง การขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ กำหนดกรรมการที่เป็นผู้บริหารหมายความว่า กรรมการที่ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหาร กรรมการมีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินการใดๆ เยี่ยงผู้บริหาร และให้หมายความรวมถึงกรรมการที่มีอำนาจลงนามผูกพัน เว้นแต่จะแสดงไว้ว่าเป็นการลงนามผูกพันตามรายการที่คณะกรรมการมีมติอนุมัติไว้แล้ว และเป็นการลงนามร่วมกับกรรมการรายอื่น ในปี 2560 บริษัทฯ มีกรรมการที่เป็นผู้บริหาร 1 ท่าน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 10.00 ได้แก่ นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล

4. กรรมการที่มีอำนาจลงลายมือชื่อแทนบริษัทฯ

กรรมการที่มีอำนาจลงลายมือชื่อแทนบริษัทฯ ที่กำหนดไว้ในข้อบังคับบริษัทฯ ได้แก่

  1. นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล
  2. นายหัชพงศ์ โภคัย

โดยกรรมการสองคนลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของบริษัทฯ

5. บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการ

คณะกรรมการบริษัทฯ มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบจัดการงานทั้งปวงของบริษัทฯ ให้เป็นไปตามกฎหมายวัตถุประสงค์ และข้อบังคับของบริษัทฯ รวมทั้งมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้น

6. คณะกรรมการเฉพาะเรื่องต่างๆ

คณะกรรมการบริษัทฯ แต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะเรื่องต่างๆ ขึ้น เพื่อช่วยในการบริหารจัดการงานที่สำคัญ การศึกษาในรายละเอียดและกลั่นกรองงานตามความจำเป็นและเหมาะสม ดังนี้

  1. คณะกรรมการบริหาร
  2. คณะกรรมการตรวจสอบ
  3. คณะกรรมการสรรหาแลพิจารณาค่าตอบแทน
  4. คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี
  5. คณะกรรมการชุดต่างๆ

โดยกำหนดคุณสมบัติของคณะกรรมการแต่ละเรื่องให้เป็นไปตาม ตลท. กำหนด และกรรมการบริษัทฯ ได้กำหนดขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการเฉพาะเรื่องชุดต่างๆ อย่างชัดเจน และกำหนดให้มีรายงานผลให้มีประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ทราบทุกครั้ง

7. การดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทฯ

คณะกรรมการบริษัทฯ ได้พิจารณาความเหมาะสมของการจัดสรรเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการแต่ละท่านที่ไปดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทต่างๆ เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ในการกำกับดูแลให้แต่ละบริษัทมีนโยบาย และดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับนโยบายของบริษัทฯ ดำเนินธุรกิจให้เกิดประโยชน์และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม จึงได้กำหนดนโยบายให้กรรมการบริษัทฯ ดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ไม่เกิน 5 แห่ง ทั้งนี้ ไม่นับรวมบริษัทย่อย บริษัทในเครือ และบริษัทร่วมทุนของบริษัท ซึ่งมีความจำเป็นต้องเข้าไปกำกับดูแลการบริหารงานโดยไม่มีข้อยกเว้น

นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายในการดำรงตำแหน่งในบริษัทจดทะเบียนอื่นของ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ ให้ดำรงตำแหน่งในบริษัทจดทะเบียนอื่นได้ไม่เกิน 3 แห่ง ทั้งนี้ ไม่นับรวมบริษัทย่อย บริษัทในเครือ และบริษัทร่วมทุนของบริษัทฯ ซึ่งบริษัทฯ มีความจำเป็นต้องเข้าไปกำกับดูแลการบริหารงาน เพื่อรักษาผลประโยชน์ของบริษัทและให้การบริหารจัดการงานของบริษัทฯ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ทั้งนี้ในปี 2560 ไม่มีคณะกรรมการบริษัทฯ ที่ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารของบริษัทฯ ไปดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทจดทะเบียนอื่นที่อยู่นอกกลุ่มธุรกิจมากกว่า 2 แห่ง

8. การแบ่งแยกหน้าที่ระหว่างคณะกรรมการบริษัทฯ กับฝ่ายจัดการ

บริษัทฯ ได้กำหนด และแยกอำนาจของคณะกรรมการบริษัทฯ และของฝ่ายจัดการในระดับต่างๆ ได้อย่างชัดเจน โดยประธานกรรมการ และกรรมการผู้อำนวยการของบริษัทฯ เป็นคนละคนกัน อีกทั้งบริษัทฯ ได้มีการแบ่งแยกอำนาจหน้าที่ระหว่างประธานกรรมการ กับกรรมการผู้อำนวยการอย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดความเหมาะสมในการบริหารจัดการ และได้จัดให้มีระบบการแบ่งแยกบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบระหว่างคณะกรรมการกับฝ่ายจัดการ โดยเป็นไปตามหลักการแบ่งแยกหน้าที่ระหว่างกันตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการ รวมทั้งการบริหารงานมีการจัดแบ่งระดับและอำนาจในการตัดสินใจอย่างมีแบบแผน โดยฝ่ายจัดการมีความเป็นอิสระในการตัดสินใจ หรือการบริหารจัดการภายใต้อำนาจดำเนินการที่กำหนดไว้ ซึ่งบริษัทฯ ได้มีการจัดทำคู่มืออำนาจดำเนินการขึ้น เพื่อกำหนดบทบาทและอำนาจในการบริหารจัดการให้ฝ่ายจัดการใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติโดยจะมีการปรับปรุงคู่มืออำนาจดำเนินการให้มีความเหมาะสม ทันสมัย ต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ทั้งนี้คณะกรรมการได้มีการติดตามการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด

9. การอบรมและพัฒนาความรู้กรรมการ

บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญในเรื่องการอบรมและการพัฒนาอย่างสม่ำเสมอ โดยกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ทุกท่าน จะได้รับทราบการปฐมนิเทศเพื่อรับข้อมูลต่างๆ ของบริษัทฯ เช่น วิสัยทัศน์ พันธกิจ กลยุทธ์ เป้าหมาย หนังสือบริคณห์สนธิ ข้อบังคับ บริษัทฯ บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี จริยธรรมทางธุรกิจ จรรยาบรรณของกรรมการ และข้อมูลธุรกิจของบริษัทฯ ที่เกี่ยวข้อง กฎระเบียบต่างๆ อย่างเพียงพอก่อนปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้ง บริษัทฯ ได้สนับสนุนและส่งเสริมให้กรรมการทุกท่านเข้ารับการอบรมและพัฒนาความรู้ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่กรรมการทั้งที่จัดโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ สถาบันอื่นๆ บริษัทฯ มีการแจ้งหลักสูตรการอบรมต่างๆ ให้กรรมการทราบล่วงหน้าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยให้กรรมการสามารถทำหน้าที่และกำกับดูแลกิจการของบริษัทฯ อย่างมีประสิทธิภาพ โดยกรรมการได้ผ่านการฝึกอบรมจากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ได้แก่

ชื่อกรรมการ ชื่อหลักสูตรฝึกการอบรมจากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย
1. นายบันเทิง ตันติวิท - หลักสูตร Director Accreditation Program (DAP)
2. นายศุภเดช พูนพิพัฒน์ - หลักสูตร Director Accreditation Program (DAP)
- หลักสูตร Role of the Compensation Committee (RCC)
- หลักสูตร Role of the Chairman Program (RCP)
- หลักสูตร Financial Institutions Governance Program (FGP)
3. ศาสตราจารย์ไพจิตร โรจนวานิช - หลักสูตร Director Accreditation Program (DAP)
- หลักสูตร Director Certification Program (DCP)
- หลักสูตร Audit Committee Program (ACP)
4. นางประคอง ลีละวงศ์ - หลักสูตร Director Accreditation Program (DAP)
- หลักสูตร Director Certification Program (DCP)
5. นายประชา ใจดี - หลักสูตร Director Accreditation Program (DAP)
- หลักสูตร Audit Committee Program (ACP)
6. นางผาณิต พูนศิริวงศ์ - หลักสูตร Director Accreditation Program (DAP)
- หลักสูตร Director Certification Program (DCP)
- หลักสูตร Audit Committee Program (ACP)
- หลักสูตร Role of the Compensation Committee (RCC)
7. นายปิยะพงศ์ อาจมังกร - หลักสูตร Director Accreditation Program (DAP)
8. นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล - หลักสูตร Director Certification Program (DCP)
- หลักสูตร Audit Committee Program (ACP)
- หลักสูตร Successful Formulation & Execution of Strategy (SFE)
9. นายหัชพงศ์ โภคัย - หลักสูตร Director Accreditation Program (DAP)
10.นายอติพล ตันติวิท - หลักสูตร Director Certification Program (DCP)

ทั้งนี้ในปี 2560 คณะกรรมการบริษัทได้มีการเข้าอบรมหลักสูตร เพื่อเป็นการส่งเสริม และพัฒนาความรู้ของกรรมการอย่างต่อเนื่อง ดังนี้

ชื่อกรรมการ ชื่อหลักสูตรฝึกอบรม สถาบัน วันที่อบรม
1. นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล ภาวะเศรษฐกิจภาพรวม (Macro Economic) ผศ.ดร. ปิติ ศรีแสงงาม
บริษัท เอ็ม บี เค เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ จำกัด
13 มิถุนายน 2560
  Digital Transformations ดร. ก่อศักดิ์ โตวรรธกวณิชย์
บริษัท เอ็ม บี เค เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ จำกัด
11 กรกฎาคม 2560
  KM Vision to Active อ. สราวุฒิ พันธุชงค์
บริษัท เอ็ม บี เค เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ จำกัด
27 กรกฎาคม 2560
2. นายหัชพงศ์ โภคัย การกำกับดูแลกิจการที่ดีและการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น คุณยุพาภรณ์ ปริตรานันท์
บริษัท เอ็ม บี เค เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ จำกัด
16 กุมภาพันธ์ 2560
การประเมินค่างานสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อ. ประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร
บริษัท อิงค์ พีเพิล คอนซัลติ้ง จำกัด
5 เมษายน 2560
กลยุทธ์การบริหารการตลาดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ (TEAM Collaboration) คุณกัญญา ทรัพย์บุญรอด
บริษัท เอ็ม บี เค เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ จำกัด
13-14 พฤษภาคม 2560
อสังหาริมทรัพย์ เพื่อการแข่งขัน และชิงลูกค้า คุณวรรณเทพ หรูวิจิตร
บริษัท ไอคอน เฟรมเวิร์ จำกัด
7 กรกฎาคม 2560
Change and Conflict Management ดร. จิตรา ดุษฎีเมธา
บริษัท เอ็ม บี เค เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ จำกัด
15 กันยายน 2560
การจัดทำแผนปฏิบัติการจัดการความรู้ (KM Action Plan) อ. สราวุฒิ พันธุชงค์
บริษัท เอ็ม บี เค เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ จำกัด
3 ตุลาคม 2560
การวิเคราะห์และปรับพฤติกรรมลูกค้าเชิงจิตวิทยา รศ.ดร. สมโภชน์ เอี่ยมสุภาษิต
บริษัท เอ็ม บี เค เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ จำกัด
22 พฤศจิกายน 2560

10. ภาวะผู้นำและวิสัยทัศน์

คณะกรรมการบริษัทฯ ได้กำหนดวิสัยทัศน์ และภารกิจของบริษัทฯ รวมทั้งทิศทางการดำเนินธุรกิจ นโยบายกลยุทธ์และเป้าหมายต่างๆ ของบริษัทฯ อย่างชัดเจน โดยกำหนดให้มีการทบทวนเป็นประจำทุกปี เพื่อให้ฝ่ายจัดการได้ใช้เป็นแนวทางในการจัดทำแผนงานต่างๆ ในการดำเนินธุรกิจ และงบประมาณ รวมทั้งการขยายธุรกิจของบริษัทฯ ในอนาคต เพื่อสร้างความมั่นคงและเติบโตอย่างต่อเนื่องให้แก่บริษัทฯ ต่อไป

ในปี 2560 บริษัทฯ ได้ทบทวนและกำหนดวิสัยทัศน์และภารกิจ ดังนี้

วิสัยทัศน์ “กลุ่มบริษัทชั้นนำขอประเทศ โดยมุ่งมั่นในการประกอบธุรกิจและการลงทุน ที่เติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อให้ผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ”

ภารกิจ

  1. มุ่งเน้นการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
  2. ให้ผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ
  3. ดำเนินธุรกิจกับคู่ค้า อย่างมีระบบและ เป็นธรรม เพื่อประโยชน์ซึ่งกันและกัน
  4. สร้างแบรนด์และ ภาพลักษณ์องค์กร อย่างต่อเนื่อง
  5. พัฒนางานด้านการตลาดอย่างต่อเนื่อง
  6. สร้างความพึงพอใจของลูกค้า
  7. เสริมสร้างและพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้สอดคล้องกับการขยายธุรกิจ และเกิดความผูกพัน
  8. พัฒนาระบบงาน ระบบบริหารทรัพยากรบุคคล และระบบเทคโนโลยี สารสนเทศให้มีประสิทธิภาพ
  9. พัฒนานวัตกรรมการบริการ
  10. บริหารงาน โดยยึดหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี

นโยบายการทบทวนกลยุทธ์ วิสัยทัศน์และภารกิจ

บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) จะกำหนด/ทบทวน วิสัยทัศน์ ภารกิจ กลยุทธ์และแผนปฏิบัติการเป็นประจำทุกปี โดยกำหนดกรอบเวลาของการวางแผนระยะยาวไว้ที่ 5 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินและวงจรการลงทุนของธุรกิจ ทั้งนี้จะนำเสนอคณะกรรมการบริษัทฯ พิจารณาอนุมัติก่อนดำเนินการ และในทุกไตรมาสจะทบทวนผลการดำเนินงาน เพื่อให้องค์กรปรับตัวทันต่อสถานการณ์และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมีคณะกรรมการบริหารแผนกลยุทธ์และดัชนีชี้วัดความสำเร็จระดับกลุ่มบริษัทเป็นผู้พิจารณาผลการดำเนินงานดังกล่าว โดยในปี 2561-2565 ได้กำหนดเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ (Strategic Goals) ของบริษัทฯ ดังนี้

  1. บริหารสัดส่วนของ Business Portfolio อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ได้ผลตอบแทนโดยรวมสูงสุด ภายใต้ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
  2. มีอัตราการเติบโตของรายได้ และกำไรสุทธิมากกว่า 10% ต่อปี อย่างต่อเนื่อง
  3. เป็นกลุ่มบริษัทที่มีจิตบริการต่อลูกค้าด้วยกระบวนการทำงานที่มีประสิทธิภาพ
  4. เป็นกลุ่มบริษัทที่มีวัฒนธรรมองค์กรที่พนักงานมีความภูมิใจ และคู่ค้าต้องการร่วมงานด้วยในอันดับต้น
  5. เป็นกลุ่มบริษัทที่มุ่งสู่ดิจิตอล และนวัตกรรม
  6. มุ่งเน้นการสร้างแบรนด์ของ MBK GROUP

ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ ได้กำหนดให้มีกระบวนการในการติดตาม และประเมินผลในการวางแผนกลยุทธ์ของบริษัทฯ มีการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลสารสนเทศ โดยใช้เครื่องมือที่หลากหลายในการวิเคราะห์ อาทิ SWOT Analysis, GAP Analysis รวมทั้งมีการนำข้อมูลด้านนวัตกรรมมาใช้ ประกอบการวางแผนกลยุทธ์ประจำปี เพื่อให้เกิดความยั่งยืนอย่างแท้จริงแก่องค์กร นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้มีการถ่ายทอดแผนปฏิบัติการไปสู่การปฏิบัติ โดยนำ KPI ในระดับองค์กรถ่ายทอดลงสู่ระดับ สาย/ฝ่าย/แผนก/บุคคล ตามลำดับ อีกทั้งบริษัทฯ ยังนำความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียไปเป็นข้อมูลสำหรับกำหนดกลยุทธ์ที่สร้างสมดุลกับความต้องการ/ความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อให้มั่นใจว่าแผนปฏิบัติการจะสามารถบรรลุได้อย่างมีประสิทธิผลและเกิดประโยชน์สูงสุดในห่วงโซ่อุปทาน ทั้งนี้ได้นำ Software KPI มาบันทึกแผนงานและ KPI เพื่อใช้ในการติดตามและรายงานผล หากไม่ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้จะมีการหาแนวทางการแก้ไข ผ่านคณะกรรมการบริหารแผนกลยุทธ์และดัชนีชี้วัดความสำเร็จ ซึ่งผลการดำเนินงานดังกล่าว จะนำไปใช้ในการประเมินผลงานประจำปีต่อไป

11. เลขานุการบริษัทฯ

12. แผนสืบทอดตำแหน่งผู้บริหารของบริษัทฯ

คณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีการวางแผนการสืบทอดตำแหน่ง (Succession Plan) และความต่อเนื่องในการบริหารงานที่เหมาะสมตั้งแต่ตำแหน่งระดับผู้บริหารฝ่ายงานขึ้นไป เพื่อเตรียมความพร้อมของบุคลากรให้สามารถรองรับและสอดคล้องกับการขยายธุรกิจ โดยดูแลให้มีการประเมินประสิทธิภาพและศักยภาพของผู้บริหาร ส่งเสริมเพื่อพัฒนาความรู้และทักษะให้เหมาะสม รวมทั้งติดตามผลการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยมีประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการเป็นผู้รายงานผลการดำเนินตามแผนสืบทอดตำแหน่งของผู้บริหารระดับสูง (ผู้ดำรงตำแหน่งระดับบริหาร 4 รายแรก นับต่อจากผู้บริหารสูงสุดลงมา ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งเทียบเท่ากับผู้ดำรงตำแหน่งระดับบริหารรายที่ 4 ทุกราย) ต่อคณะกรรมการรับทราบอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

13. ค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหารระดับสูง

ค่าตอบแทนกรรมการ

คณะกรรมการมีนโยบายและหลักเกณฑ์ให้ค่าตอบแทนคณะกรรมการ และคณะกรรมการชุดย่อยต่างๆ อยู่ในระดับที่เหมาะสม และสอดคล้องกับภาระหน้าที่ของกรรมการ ที่ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่างๆ และเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทำให้บริษัทฯ ต้องสรรหากรรมการที่มีประสบการณ์ และมีคุณสมบัติเหมาะสม รวมทั้งมีนโยบายที่จะกำหนดค่าตอบแทนของกรรมการแต่ละคน ที่สะท้อนภาระหน้าที่ และความรับผิดชอบของแต่ละคน สถานะทางการเงินของบริษัทฯ และระดับอัตราค่าตอบแทน โดยเปรียบเทียบได้กับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มีขนาดใกล้เคียงกันตลอดจนเพื่อเป็นการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกำกับดูแลกิจการที่ดี ได้มีการทบทวนค่าตอบแทนกรรมการเป็นประจำทุกปี

ทั้งนี้การจ่ายผลตอบแทนแก่คณะกรรมการเป็นการจ่ายในลักษณะของเบี้ยประชุม บำเหน็จกรรมการหรือผลตอบแทนรูปอื่น และกรรมการที่ปฏิบัติหน้าที่ในคณะกรรมการเฉพาะเรื่องต่างๆ เช่น คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการบริหาร เป็นต้น จะได้รับค่าตอบแทนเพิ่มตามความเหมาะสม ซึ่งเป็นไปตามมติที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี

โดยที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2560 เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2560 มีมติอนุมัติค่าตอบแทนคณะกรรมการของบริษัท เป็นเงิน 13,500,000 บาท และสิทธิประโยชน์ต่างๆ คิดเป็นเงิน 1,600,000 บาท รวมเป็น 15,100,000 บาท แก่ คณะกรรมการบริษัท, คณะกรรมการบริหาร, คณะกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. ค่าตอบแทนคณะกรรมการบริษัท
- ประธานกรรมการ 115,000 บาท ต่อคนต่อเดือน
- รองประธาน 70,000 บาท ต่อคนต่อเดือน
- กรรมการ 58,000 บาท ต่อคนต่อเดือน

2. ค่าตอบแทนคณะกรรมการบริหาร
- ประธาน 105,000 บาท ต่อคนต่อครั้ง
- รองประธาน 58,000 บาท ต่อคนต่อครั้ง
- กรรมการ 35,000 บาท ต่อคนต่อครั้ง

3. ค่าตอบแทนคณะกรรมการตรวจสอบ
- ประธาน 70,000 บาท ต่อคนต่อเดือน
- กรรมการ 35,000 บาท ต่อคนต่อเดือน

4. ค่าตอบแทนคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน
- ประธาน 70,000 บาท ต่อคนต่อครั้ง
- กรรมการ 35,000 บาท ต่อคนต่อครั้ง

5. ค่าตอบแทนสิทธิประโยชนอื่นๆ คณะกรรมการบริษัท
- ประธาน 120,000 บาท ต่อคนต่อปี
- รองประธาน 120,000 บาท ต่อคนต่อปี
- กรรมการ 120,000 บาท ต่อคนต่อปี

นอกจากนี้ได้มีมติอนุมัติค่าบำเหน็จให้แก่คณะกรรมการ เป็นเงินจำนวน 11,200,000 บาท โดยให้คณะกรรมการจัดสรรบำเหน็จจำนวนดังกล่าวกันเอง

ค่าตอบแทนผู้บริหารระดับสูง

คณะกรรมการมีนโยบายและหลักเกณฑ์ในการพิจารณาค่าตอบแทนผู้บริหารระดับสูง ในระยะสั้น โดยการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารระดับสูงเป็นประจำทุกปีบนพื้นฐานของระบบ PMS (Performance Management System) ซึ่งประกอบด้วยปัจจัยในการประเมินงาน 2 ด้าน คือ (1) ตัวชี้วัดผลงานหลัก (Key Performance Indicators : KPIs) เป็นภารกิจสำคัญที่ได้รับการถ่ายทอดจากบริษัทฯ ในแต่ละปีที่สนับสนุน เป้าหมาย กลยุทธ์ ผลการดำเนินงาน และผลการปฏิบัติงานด้านการเงินของบริษัทฯ ซึ่งสอดคล้องกับภาระหน้าที่ ความรับผิดชอบของผู้บริหาร และ (2) สมรรถนะในการทำงาน (Competency) เป็นเครื่องมือสำหรับประเมินความสามารถของผู้ปฏิบัติงานเชิงพฤติกรรม ซึ่งกำหนดให้ผู้บริหารปฏิบัติหน้าที่ให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายองค์กรอย่างมีคุณภาพ

ทั้งนี้ การจ่ายผลตอบแทนแก่ผู้บริหารระดับสูง ในระยะสั้น ได้จ่ายเป็นเงินเดือนโบนัสหรือผลตอบแทนรูปแบบอื่นตามผลการดำเนินงานของบริษัทฯ และผลการปฏิบัติงานของผู้บริหาร ซึ่งเปรียบเทียบได้กับเกณฑ์มาตรฐานในอุตสาหกรรมเดียวกัน

สำหรับการจ่ายค่าตอบแทนในระยะยาวจะเป็นในรูปของเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ที่บริษัทฯ สบทบให้พร้อมกับส่วนของพนักงาน ซึ่งเป็นไปตามอัตราที่กำหนด และจะเพิ่มขึ้นตามอายุการปฏิบัติงานในบริษัทฯ ทั้งนี้คณะกรรมการยังมีการติดตามให้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการประเมินผู้บริหารระดับสูงให้สอดคล้องกับหลักการประเมิน

สำหรับค่าตอบแทนกรรมการผู้อำนวยการ ได้กำหนดภายใต้หลักเกณฑ์ที่ชัดเจน โปร่งใส เป็นธรรม และสมเหตุสมผล โดยคำนึงถึงหน้าที่ความรับผิดชอบและผลการดำเนินงานของบริษัทฯ โดยมีคณะกรรมการการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนเป็นผู้พิจารณา

ซึ่งค่าตอบแทนของกรรมการและผู้บริหารประจำปี 2560 บริษัทฯ ได้แสดงอยู่ในหัวข้อการจัดการ ในหน้าที่ 121-123 ในรายงานประจำปี 2560

14. การประชุมคณะกรรมการ

บริษัทฯ ได้กำหนดการประชุมคณะกรรมการชุดต่างๆ ได้แก่ คณะกรรมการบริษัทฯ คณะกรรมการบริหาร และคณะกรรมการตรวจสอบ ได้มีกำหนดการประชุมไว้ล่วงหน้าอย่างเป็นทางการตลอดทั้งปี โดยจัดให้มีการประชุมเป็นประจำเดือนละครั้ง และอาจมีการจัดประชุมวาระพิเศษเป็นการเฉพาะเพิ่มเติมตามความเหมาะสม เพื่อรับทราบและติดตามผลการดำเนินงานในเรื่องต่างๆ ของบริษัทฯ สำหรับการนำเสนอข้อมูลในแต่ละวาระจะมิผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฯ เข้าชี้แจงข้อมูลสารสนเทศที่เกี่ยวข้องในวาระนั้นๆ ต่อคณะกรรมการบริษัทฯ โดยตรง โดยบริษัทฯ จะจัดส่งหนังสือเชิญประชุมพร้อมวาระการประชุมให้กรรมการแต่ละท่านล่วงหน้าก่อนวันประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ อย่างน้อย 5 วันทำการ เพื่อให้กรรมการมีเวลาเพียงพอในการศึกษาข้อมูลก่อนวันประชุม ทั้งนี้หากคณะกรรมการต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อขอข้อมูลได้จากเลขานุการบริษัท หรือประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการได้ โดยในการประชุมคณะกรรมการสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างเปิดเผยและเป็นอิสระ รวมทั้งมีการจดบันทึกการประชุมอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อจัดเก็บไว้ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องใช้ตรวจสอบอ้างอิงต่อไป ส่วนคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน จะจัดให้มีการประชุมเมื่อมีการสรรหาบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการ การพิจารณาผลการปฏิบัติงานของประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ ส่วนคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการจะจัดให้มีการประชุมเมื่อมีการพิจารณา ทบทวน นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี รวมถึงการสอบทานการควบคุมภายในที่เกี่ยวข้องกับมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น เป็นต้น ซึ่งในปี 2560 นี้ คณะกรรมการชุดต่างๆ ได้จัดให้มีการประชุมขึ้นตามที่กำหนดขอบเขตหน้าที่ไว้อย่างสม่ำเสมอ

การเข้าประชุมของคณะกรรมการชุดปัจจุบันของบริษัทฯ ประจำปี 2560

  การประชุมคณะกรรมการ (การเข้าร่วมประชุม / การประชุมทั้งหมด)
รายชื่อ
คณะกรรมการบริษัทรวม 12 ครั้ง
คณะกรรมการบริหารรวม 12 ครั้ง
คณะกรรมการตรวจสอบรวม 16 ครั้ง
คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนรวม 2 ครั้ง
คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีรวม 1 ครั้ง
1. นายบันเทิง ตันติวิท
12/12
12/12
-
-
1/1
2. นายศุภเดช พูนพิพัฒน์
12/12
11/12
-
2/2
1/1
3. ศาสตราจารย์ไพจิตร โรจนวานิช
12/12
-
16/16
-
1/1
4. นางประคอง ลีละวงศ์
12/12
-
16/16
-
1/1
5. นายประชา ใจดี
12/12
-
16/16
2/2
1/1
6. นางผาณิต พูนศิริวงศ์
12/12
-
-
2/2
1/1
7. นายปิยะพงศ์ อาจมังกร
12/12
12/12
-
-
1/1
8. นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล
12/12
12/12
-
-
1/1
9. นายหัชพงศ์ โภคัย
12/12
-
-
-
1/1
10. นายอติพล ตันติวิท
12/12
-
-
-
1/1

หมายเหตุ คณะกรรมการชุดปัจจุบัน :

  • คณะกรรมการบริหาร จำนวน 4 ท่าน ได้แก่ลำดับที่ 1, 2, 7 และ 8
  • คณะกรรมการตรวจสอบ จำนวน 3 ท่าน ได้แก่ลำดับที่ 3, 4 และ 5
  • คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน จำนวน 3 ท่าน ได้แก่ลำดับที่ 2, 5 และ 6
  • คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี จำนวน 10 ท่าน ได้แก่ลำดับที่ 1-10

นอกจากนี้ในปี 2560 กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร (Non Executive Director: NED) มีโอกาสประชุมระหว่างกันเองเพื่ออภิปรายปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับการจัดการที่อยู่ในความสนใจโดยไม่มีฝ่ายจัดการร่วมประชุมด้วย โดยมีการจัดประชุมทั้งสิ้นจำนวน 2 ครั้ง ในเดือนกรกฎาคมและธันวาคม

15. การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทฯ และคณะกรรมการชุดย่อย

1) การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทฯ

บริษัทฯ ได้จัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทฯ ทั้งแบบรายคณะ และประเมินกรรมการ รายบุคคล เป็นประจำทุกปี โดยใช้แบบประเมินตนเอง (Board Self-Assessment) ซึ่งเป็นแบบประเมินที่ สอดคล้องกับแนวทางของ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีการปรับปรุง เพื่อให้สามารถสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และเป็นไปตามหลักการกำกับ ดูแลกิจการที่ดี โดยมีกระบวนการให้เลขานุการบริษัทฯ เป็นผู้จัดทำแบบประเมินผลการปฏิบัติงานให้กับคณะกรรมการบริษัทฯ เพื่อ ประเมินผลการปฏิบัติงานทั้งแบบรายคณะ และรายบุคคล ซึ่งการตอบแบบสอบถามการประเมินผลการปฏิบัติงานตนเองของคณะกรรมการ จะกำหนดให้กรรมการแต่ละท่านเป็นผู้ตอบและส่งให้เลขานุการบริษัทฯ นำมาสรุป และนำเสนอผลการประเมินต่อที่ประชุมคณะกรรมการ บริษัทฯ เพื่อนำผลประเมินมาใช้ในการพิจารณาความเหมาะสมขององค์ประกอบคณะกรรมการ และทบทวนผลงาน ปัญหาและอุปสรรค ต่างๆ ในระหว่างปีที่ผ่านมา และช่วยให้การทำงานของคณะกรรมการบริษัทฯ มีประสิทธิผลมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยปรับปรุงความ สัมพันธ์ระหว่างคณะกรรมการบริษัทฯกับฝ่ายจัดการอีกด้วย

  • เกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการฯ ตามแบบประเมินตนเอง ในแต่ละหัวข้อการประเมิน แบ่ง ออกเป็น 5 ระดับ คือ
    0 = ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง หรือไม่มีการดำเนินการในเรื่องนั้น
    1 = ไม่เห็นด้วย หรือมีการดำเนินการในเรื่องนั้นเล็กน้อย
    2 = เห็นด้วย หรือมีการดำเนินการในเรื่องนั้นพอสมควร
    3 = เห็นด้วยค่อนข้างมาก หรือมีการดำเนินการในเรื่องนั้นดี
    4 = เห็นด้วยอย่างมาก หรือมีการดำเนินการในเรื่องนั้นอย่างดีเยี่ยม
  • เกณฑ์การประเมินผลคะแนนการปฏิบัติงานของคณะกรรมการฯ แบ่งออกเป็น 5 ระดับ คือ
    มากกว่า 90 เท่ากับ ดีเลิศ,
    มากกว่า 80 เท่ากับ ดีมาก,
    มากกว่า 70 เท่ากับ ดี,
    มากกว่า 60 เท่ากับ พอใช้,
    ไม่เกิน 60 เท่ากับ ควรปรับปรุง

    ทั้งนี้ผลการประเมินการปฏิบัติงานตนเองโดยคณะกรรมการบริษัทฯ ประจำปี 2560 สรุปได้ดังนี้

ผลการประเมินการปฏิบัติงานตนเองโดยคณะกรรมการรายคณะ

หัวข้อการประเมิน (ประเมินกรรมการรายคณะ) ผลการประเมิน
คะแนนเต็ม คะแนนเฉลี่ย
1) โครงสร้างและคุณสมบัติของคณะกรรมการ 20.00 19.85
2) บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ 30.00 29.89
3) การประชุมคณะกรรมการ 15.00 14.67
4) การทำหน้าที่ของกรรมการ 15.00 14.89
5) ความสัมพันธ์กับฝ่ายจัดการ 10.00 9.95
6) การพัฒนาตนเองของกรรมการและการพัฒนาผู้บริหาร 10.00 9.83
รวมคะแนน 100.00 99.08

ผลการประเมินการปฏิบัติงานตนเองโดยคณะกรรมการรายบุคคล

หัวข้อการประเมิน (ประเมินกรรมการรายบุคคล) ผลการประเมิน
คะแนนเต็ม คะแนนเฉลี่ย
1) โครงสร้างและคุณสมบัติของคณะกรรมการ 30.00 30.00
2) การประชุมของคณะกรรมการ 30.00 29.44
3) บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ 40.00 40.00
รวมคะแนน 100.00 99.44

2) การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการชุดย่อย

ในปี 2560 บริษัทฯ ได้จัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการชุดย่อยทุกคณะ ได้แก่คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน และคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยใช้แบบประเมิน ตนเอง (Board Self-Assessment) ซึ่งเป็นแบบประเมินที่ สอดคล้องกับแนวทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีการปรับปรุง เพื่อให้สามารถสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และเป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยมีกระบวนการให้เลขานุการ บริษัทฯ หรือ เลขานุการคณะกรรมการชุดต่างๆ เป็นผู้จัดทำแบบประเมินผลการปฏิบัติงานให้กับคณะกรรมการชุดต่างๆ เพื่อประเมิน ผลการปฏิบัติงาน ซึ่งการตอบแบบสอบถามการประเมินผลการปฏิบัติงานตนเองของคณะกรรมการชุดต่างๆ จะกำหนดให้กรรมการแต่ละ ท่านเป็นผู้ตอบ และส่งให้เลขานุการบริษัทฯ หรือเลขานุการคณะกรรมการชุดต่างๆ นำมาสรุป และนำเสนอผลการประเมินต่อที่ประชุม คณะกรรมการบริษัทฯ รับทราบเป็นประจำทุกปี

  • เกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการฯ ตามแบบประเมินตนเอง ในแต่ละหัวข้อการประเมิน แบ่ง ออกเป็น 5 ระดับ คือ
    0 = ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง หรือไม่มีการดำเนินการในเรื่องนั้น
    1 = ไม่เห็นด้วย หรือมีการดำเนินการในเรื่องนั้นเล็กน้อย
    2 = เห็นด้วย หรือมีการดำเนินการในเรื่องนั้นพอสมควร
    3 = เห็นด้วยคอนข้างมาก หรือมีการดำเนินการในเรื่องนั้นดี
    4 = เห็นด้วยอย่างมาก หรือมีการดำเนินการในเรื่องนั้นอย่างดีเยี่ยม
  • เกณฑ์การประเมินผลคะแนนการปฏิบัติงานของคณะกรรมการฯ แบ่งออกเป็น 5 ระดับ คือ
    มากกว่า 90 เท่ากับ ดีเลิศ,
    มากกว่า 80 เท่ากับ ดีมาก,
    มากกว่า 70 เท่ากับ ดี,
    มากกว่า 60 เท่ากับ พอใช้,
    ไม่เกิน 60 เท่ากับ ควรปรับปรุง

    ทั้งนี้ผลการประเมินการปฏิบัติงานตนเองโดยคณะกรรมการชุดย่อย ประจำปี 2560 สรุปได้ดังนี้

ผลการประเมินการปฏิบัติงานตนเองของคณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน และคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี

หัวข้อการประเมิน (ประเมินกรรมการรายคณะ) ผลการประเมิน
คะแนนเฉลี่ย
คะแนนเต็ม คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการ สรรหาและ พิจารณาค่าตอบแทน คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี
1) โครงสร้างและคุณสมบัติของ คณะกรรมการ 20.00 20.00 20.00 20.00 20.00
2) การประชุมของคณะกรรมการ 20.00 19.38 20.00 20.00 19.63
3) บทบาท หน้าที่ และความรับ ผิดชอบของคณะกรรมการ 60.00 60.00 59.70 60.00 60.00
รวมคะแนน 100.00 99.38 99.70 100.00 99.63

2) การประเมินผลการปฏิบัติงานของประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ

คณะกรรมการบริษัทฯ เป็นผู้ประเมินผลการปฏิบัติงานของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้อำนวยการ เป็นประจำทุกปี ทั้งนี้ในส่วนของการพิจารณาค่าตอบแทน คณะกรรมการบริษัท ได้มอบหมายให้คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่า ตอบแทนเป็นผู้พิจารณาและกลั่นกรองในเบื้องต้น โดยพิจารณาตามความเหมาะสมกับภาระหน้าที่ความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมาย และผลการดำเนินงานของบริษัทโดยเทียบกับเป้าหมายของบริษัทฯ รวมทั้งสภาพความเป็นจริงทางเศรษฐกิจ และเปรียบเทียบกับอัตรา ค่าตอบแทนของบริษัทในอุตสาหกรรมที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน เพื่อรายงานผลการประเมินที่ได้ต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท พิจารณา อนุมัติต่อไป

ทั้งนี้ สรุปผลการประเมินการปฏิบัติงานของประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ ถือเป็นความลับ เฉพาะบุคคลไม่สามารถเปิดเผยได้ โดยเกณฑ์การประเมินผลแบ่งเป็น 2 ส่วนดังนี้

ส่วนที่ 1 : การประเมินผลจากดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงาน (KPI – Key Performance Indicator)
ส่วนที่ 2 : การประเมินระดับขีดความสามารถและศักยภาพ (Competency)

อย่างไรก็ตาม ในปี 2560 บริษัทฯ ยังไม่ได้ปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ในบางเรื่อง ได้แก่

  • ประธานกรรมการมิได้เป็นกรรมการอิสระ และดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการ บริหารด้วย เนื่องจาก ประธานกรรมการเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มีความรู้ความสามารถ และมีประสบการณ์ที่หลากหลาย ที่เอื้อประโยชน์ต่อองค์กรเป็นอย่างยิ่ง
  • การกำหนดวิธีการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งกรรมการ โดยการลงคะแนนเสียงแบบสะสม (Cumulative Voting) ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น เนื่องจากแนวปฏิบัติดังกล่าว ยังไม่เหมาะกับวิธีการนับคะแนนของบริษัทฯ
  • การกำหนดให้กรรมการหรือผู้บริหารระดับสูงแจ้งต่อคณะกรรมการหรือผู้ที่กรรมการมอบหมายเกี่ยวกับการ ซื้อ ขายหุ้นของบริษัทตนเองอย่างน้อย 1 วันล่วงหน้า ก่อนทำการซื้อขาย เนื่องจากคณะกรรมการบริษัทฯ ได้กำหนดมาตรการการดูแล การใช้ข้อมูลภายในของบริษัทฯ โดยกำหนดห้ามคณะกรรมการ ผู้บริหารหรือหน่วยงานที่ได้รับทราบข้อมูลภายใน เปิดเผยข้อมูลภายใน แก่บุคคลภายนอกหรือบุคคลที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งห้ามมิให้ใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อประโยชน์ส่วนตน
  • การกำหนดให้คณะกรรมการบริษัทฯ ควรประกอบด้วยกรรมการที่เป็นอิสระมากกว่า 50% นั้น บริษัทฯ มี การกำหนดนโยบาย และแนวทางในการปฏิบัติเรื่อง ความขัดแย้งของผลประโยชน์ โดยมีข้อกำหนดมิให้กรรมการผู้ที่มีส่วนได้เสีย หรือ เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิจารณาในเรื่องที่ต้องมีการตัดสินใจอนุมัติต่างๆ ในการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ทั้งนี้ หากวาระใดมีการพิจารณา เรื่องที่กรรมการท่านใดอาจมีส่วนได้เสีย หรือเกี่ยวข้อง กรรมการท่านนั้นจะงดออกความเห็นในวาระดังกล่าว